Best films of 2011

posted on 02 Jan 2012 20:25 by juthas  in Films
 
15 อันดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในดวงใจของข้าพเจ้าประจำปี 2554
 
15. Blue Valentine
 

 
      ร้าวราน และเกรี้ยวกราด ความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ซับซ้อนและเปราะบาง ชีวิตหลังจากมีความรักแล้วอาจจะยากกว่าก่อนมีความรัก และอาจจะกลายเป็นมีความหลัง ความรู้สึกของชีวิตที่ยังต้องดำเนินต่อไปเป็นอย่างไร
ดูได้จากจดหมายฉบับนี้ http://juthas.exteen.com/20110213/blue-valentine
 
14. The Conspirator
 
 
       นี่คือหนังที่นักเรียนกฎหมาย คนใช้กฎหมาย และประชาชนผู้อยู่ใต้กฎหมายควรดู เราใช้อารมณ์เพื่อให้เกิดความยุติธรรมไม่ได้ หรือแม้กระทั่งกระบวนการที่ไม่บริสุทธิ์ก็ไม่อาจสร้างผลที่ยุติธรรมที่แท้จริงในบั้นปลาย
 
13. Drive
 

 
      นี่คือหนังอาร์ต แอคชั่น ที่โรแมนติก !! เท่ และ ดิบ ไม่ได้เห็นหนังแนวนี้มานานแล้ว แอบๆคารวะหนังยุค 90 อยู่เหมือนกัน บางทีพระเอกก็ปิดทองหลังพระ แต่ก็ออกหน้าไม่ยอมสยบกับโจร !
 
12. In a better world



    เป็นหนังที่สะท้อนสังคมการเมืองและความขัดแย้งระดับนานาชาติได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยเล่าผ่านจุดเล็กๆในสังคมได้อย่างเฉียบขาด
http://juthas.exteen.com/20110401/in-a-better-world


11. Rise of the Planet of the Apes

   

    มนุษย์ การกดขี่ ชนชั้น และการปฎิวัติ หนังเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ผ่านสังคมวิทยาศาสตร์ ว่าด้วยการทดลองทางชีวภาพของลิง ที่มนุษย์ทำตัวเสมือนพระเจ้า  


11. Super8



    Coming of Age ที่ดีเทียบเท่า Stand by me+The Goonies คารวะหนังคลาสสิกยุค 80 ได้อย่างดีเยี่ยม การที่หนังพูดถึงการทำหนัง ยิ่งทำให้คนที่ชอบดูหนัง สนุกกับมันยิ่งขึ้น
http://juthas.exteen.com/20110618/super-8
 
10. Poetry
 

 
     หนังเกาหลีเล่าเรื่องหญิงวัย 60 ปีธรรมดาๆเรื่องนี้ กินใจ ซาบซึ้ง และมองโลกในแบบท่ีเชี่ยวกราดและปล่อยวาง Subplot ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ เป็นหนังแนวเนิบๆแต่สะท้อนชีวิตได้อย่างดี
หมายเหตุ หนังเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
 
9. Melancholia
   


    วาระสุดท้ายของปัจเจกจนถึงองค์รวม ตั้งแต่ระดับจิตใจ สภาพครอบครัว สังคม และโลก ความเป็นอยู่ เครียดและกดดันได้สมจริงมากๆ พึงระลึกถึงว่า วาระสุดท้ายมีอยู่ทุกขณะในทุกสิ่ง Lars Von Tier แน่มาก
 
8. Confession (Japan/2010)
 

 
    อารมณ์ที่พลุ่งพล่านของมนุษย์ กับการทำทุกอย่างเพื่อทำลายคนบางคนโดยแหวกทุกกฎทุกศีลธรรม สะท้อนให้เห็นในหนังญี่ปุ่นที่แรงมากๆเรื่องนี้ ทั้งเพลงและภาพเป็นศิลปะอย่างแท้จริง
หมายเหตุ หนังเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
 

7. Nader and Simin : A Separation
 

 
    หนังสไตล์พี่น้องตระกูลโคเอน ที่หยิบยกเรื่องราวเล็กๆ เหตุการณ์เล็กๆที่ปะทุเป็นเรื่องเป็นราวแบบใหญ่โตและส่งผลกระทบต่อหลายชีวิต นี่ไม่ใช่หนังที่ฉายภาพชนชั้นกลางในอิหร่านธรรมดาทั่วไปแต่ยังแสดงให้เห็นถึง ใจของคนทั้งสองด้านอีกด้วย


6. 50/50



    เวลาคือชีวิต ชีวิตคือเวลา เวลาที่ยังเหลืออยู่คือชีวิตที่ยังเหลือ เราจะทำอะไรกับเวลาที่เหลือนั้น
ยิ้ม หัวเราะ สนุก เศร้า และมอบความรักกับใครสักคน และนี่คือหนังที่มองโลกในแง่ดีต่างจาก Melancholia ทั้งๆที่พูดถึงวาระสุดท้ายเหมือนกัน


5. The King’s Speech



    Plot เดิมๆกับการก้าวข้ามปมด้อย โดยการพัฒนามัน สู้กับมัน จนสำเร็จ แต่การนำเสนอ Sub plot มีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า โดยเฉพาะประเด็นมิตรภาพ สถานะของสถาบันกษัตริย์และประชาชน
 

4. The Help



    คนใช้ เจ้านาย เป็นสิ่งท่ีเห็นได้ทั่วไปในละครหลังข่าว แต่นี่ไม่ใช่หนังธรรมดาทั่วไป ความดีจึงอยู่ที่มิติของตัวละครแต่ละตัวที่มีสีสัน ทำให้หนังที่ว่าด้วยประเด็นสีผิว และอคติของมนุษย์ ดูสนุกและเข้าใจง่ายเมื่อดูเสร็จเกิดความเห็นใจและมองโลกเปลี่ยนไปทันที


3. Black Swan



    ยอดเยี่ยม ไร้ที่ติ เขย่าขวัญ และท้าทายจิตใจของเราเอง หนังแหวกและชำแหละจิตใจของมนุษย์ออกมาผ่านศิลปะและการแข่งขันได้อย่างดีเยี่ยม
http://juthas.exteen.com/20110401/i-just-want-to-be-perfect


2. Midnight in Paris



    ดนตรี ศิลปะ วรรณกรรม มนต์เสน่ห์มหานครปารีส  ทุกอย่างรวมอยู่ในหนังเรื่องนี้หมด Woody Allen ยังคง Top form นี่คือหนังที่ทำให้เราตระหนักได้ว่า คนที่ใช่ ต้องคู่กับเวลาที่เหมาะสม และเราอาจจะมองข้ามไปอย่างง่ายดาย จนถึงวันนั้น  นับเป็น 500 Days of Summer ของปีนี้เลยทีเดียว


1. The Tree of Life



    นับเป็นบทกวีด้านภาพที่แสดงถึงชีวิตได้อย่างทรงพลัง เป็นบุญที่ได้ดูหนังเรื่องนี้อย่างที่สุด เพราะมันทำให้เราระลึกสิ่งที่หายไปได้อย่างมีอารมณ์ร่วม บรรยากาศชีวิตที่ผ่านมากลับมาปรากฎภาพในสมองอีกครั้ง นี่เป็นหนังที่เราอยากทำออกมาเรื่องหนึ่ง ภาพแต่ละภาพวิจิตรจริงๆ  เป็นหนังคุณภาพยอดเยี่ยมแห่งปีอย่างไม่ต้องสงสัย
 
 
ป.ล. 
1. หนังไทยขอยกเว้นไม่จัดอันดับ ( ยังไม่ได้ดู ที่รัก, ทางแยกวัดใจ ปัญญาเรณู ศพไม่เงียบและวัยรุ่นพันล้าน )
2. ถ้าได้ดู  Certified Copy, Real Steel, Tin Tin อันดับอาจมีการเปลียนแปลงได้
 

2012

posted on 01 Jan 2012 11:19 by juthas  in Stories
 
ปีใหม่นี้ คิดใคร่ครวญถึงปีเก่า
คิดว่าเราทำพลาดพลั้งในสิ่งไหน
เป็นบทเรียนไม่ทำอีกปีต่อไป
ทำสิ่งใหม่ที่ดีกว่าปีเก่าเอย
 
ปีใหม่นี้ สานฝันต่อจากปีเก่า
มุ่งหน้าเข้าสู่จุดหมายที่ตั้งหวัง
ขอให้มีแรงใจและพลัง
ไม่รอรั้งที่จะทำมันต่อไป
 
ปีใหม่นี้ รักษาสิ่งที่ดีไว้
ไม่ให้หายไปจากชีวิตฉัน
เรื่องที่สูญไปแล้วก็ช่างมัน
ร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ใหม่ดีกว่าเดิม
 
ปีใหม่นี้ ตั้งจิตอธิษฐาน
ดลบันดาลให้ทุกสิ่งนั้นสดใส
โลกทั้งโลกอยู่รอดไม่มีภัย
ทุกคนร่วมใจกันทำดี
 
 

Sleeping Beauty

posted on 25 Dec 2011 19:25 by juthas  in Films
 
     ความเปลือยเปล่าของมนุษย์เป็นเช่นไร
ร่างกายที่บอบบางของหญิงสาวคือคำตอบนั้น
เกลี้ยงเกลา ไร้ตำหนิ และไร้แก่นสาร
สิ่งที่เคลือบเนื้อในคือเปลือกนอกที่เป็นเพียงวัตถุ
วัตถุที่นิ่งไม่ไหวติงถูกชำเราครั้งแล้วครั้งเล่าโดยมนุษย์ฝ่ายตรงข้าม
อารมณ์ความรู้สึกวูบวาบ แรงปรารถนาอันล้ำลึก ผลักดันการกระทำของเขา
แต่กฎเกณฑ์แห่งการไม่ถูกล่วงละเมิดก็เป็นการปิดกั้นเขาเหล่านั้นเช่นกัน
กฎเกณฑ์ที่ว่าอาจเป็นกำแพงศีลธรรมที่บางลงทุกที
มนุษย์ชราเพศชายเหล่านั้นอาจจะคับแค้นใจทั้งที่ตนมีอำนาจเหนือแต่
ด้วยความชราภาพไร้ซึ่งสมรรถภาพและความสามารถจะหยิบเล่นวัตถุ
พวกเขาได้ใกล้ชิดมากที่สุดแต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย
หญิงสาววัยแรกแย้มที่ถูกกระทำก็ยังคงหลับใหลไม่รู้สึกอะไร

    เมื่อราตรีอันแสนสั้นล่วงพ้น
ทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ร่ายกายของเธอคืองานศิลปะชิ้นเอกของพระเจ้า
ทุกอย่างถูกปกปิดด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์
จนกว่าหญิงสาวจะนิทราอีกครั้ง
เกมของพวกวัตถุนิยมก็ได้ถูกนำมาเล่นอีกครา
ทั้งในจอภาพยนตร์และคนดูนอกจอ
ร่างกายเป็นเพียงเครื่องปลดปล่อยราคะและสนองตัณหา
ชีวิตที่เพียบพร้อมกลับกลวงเปล่า
ชีวิตที่ดิ้นรนก็กลวงเปล่าเช่นกัน
เมื่อสิ่งที่เราดิ้นรนนั้นกลับกลายเป็นสิ่งทำร้ายเรา
ความว่างเปล่า ดูเหมือนจะไม่มีพื้นที่ และไม่มีจุดจบ
เพียงแต่มันฝังอยู่ในมนุษย์อย่างเราเรา
 

Midnight in Paris

posted on 25 Dec 2011 18:16 by juthas  in Films

***Spoiler Alert***

00.00 นาฬิกา ระฆังดังหง่าเหง่งกึกก้องไปทั่วบริเวณกรุงปารีส  ภายใต้ความมืดท่ีปกคลุม ภายใต้แสงไฟตามท้องถนน และหอไอเฟลระยิบระยับที่สูงตระหง่าน ความมหัศจรรย์ได้บังเกิดขึ้นใจกลางมหานครแห่งนี้ เป็นสิ่งที่พิเศษมากๆที่นักเขียนอย่างฉันได้เจอ


01 ข้อผูกมัดก่อนหน้าในปัจจุุบัน

      ฉันได้หมั้นกับ Inez ก่อนเดินทางมาปารีส เธอเป็นคนตลก และมีเสน่ห์ดึงดูด การมาเที่ยวปารีสครั้งนี้ แม้ทำให้ฉันมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น มันยังเป็นโอกาสให้ฉันได้เรียนรู้นิสัยต่างๆของเธอมากขึ้นเช่นกัน การมองเห็นกันเองสองคน อาจจะไม่ชัดเจนเท่ากับการที่มีปัจจัยภายนอกมาช่วยทำให้มองเห็นชัดเจนมากขึ้น

     คนอวดภูมิ สภาพแวดล้อมต่างๆไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ สถานที่เที่ยว ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนสิ่งเหล่านั้นออกมาให้ฉันได้เห็นว่าเราทั้งคู่มีความต่างกันมากขนาดไหน : เธอชอบเต้นเข้าสังคม ฉันชอบอยู่อย่างสันโดด / เธอชอบนั่งรถ ฉันชอบเดิน / เธอใจร้อนเบื่อง่าย ฉันใจเย็นเรื่อยๆ / เธออยู่แบบเปลือกนอกที่ข้างในกลวงเปล่า แต่ฉันค้นหาความซับซ้อนที่เข้าใจยากกว่านั้น 

ฉันเคยคิดว่าเธอใช่สำหรับฉัน ตอนนี้เธอยังคงใช่สำหรับฉันอยู่หรือเปล่า ? ข้อผูกมัดของฉันเป็นข้อผูกมัดตลอดกาลหรือไม่ ?

 

02 สิ่งสวยงามในอดีต 

     เราดำเนินชีวิตตามเวลาที่เดินเป็นเส้นตรงจริงหรือ ? หากฉันได้ย้อนกลับไปอดีตในปัจจุบันที่กำลังเดินหน้าอยู่หละ จะเจออะไรบ้าง? ฉันได้พบคำตอบนั่นแล้วหลังเวลาเที่ยงคืน ณ กรุงปารีส 
รถคันหนึ่งแล่นมารับฉันไปส่ง ณ บาร์แห่งหนึ่ง ฉันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง Cole Porter นักแต่งเพลงคนโปรดกำลังเล่นเพลง Let’s do it  F.Scott Fitzgerald และ Zelda เดินเข้ามาทักทายและพาฉันไปพบกับ Ernest Hemmingway นักเขียนชาวอเมริกันผู้กร้านโลกฉันรักผลงานของเขาทุกชิ้น เขาได้สอนฉันว่า ควรซื่อสัตย์และจริงใจกับตัวหนังสือที่จะเขียนจึงจะออกมาเป็นหนังสือที่ดีได้ ในขณะที่ฉันรังเกียจคนอวดภูมิที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ฉันก็ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเช่นเดียวกันหากคนที่พูดนั้นไม่ใช่คนที่ฉันยอมรับ แต่นี่คือ Hemmingway ฉันจึงไม่รีรอที่จะให้เขาวิจารณ์หนังสือท่ีฉันกำลังเขียนอยู่ ต่างจากคนอวดภูมิที่กระตือรือร้นที่จะเป็นผู้วิจารณ์โดยที่ฉันไม่ได้ไว้ใจให้วิจารณ์เลย เขาบอกกับฉันทันทีว่า “ฉันคงไม่ชอบหนังสือของนายหรอก เพราะถ้าเป็นหนังสือที่ห่วยก็คงไม่ชอบ และถึงเป็นหนังสือดี ฉันก็คงไม่ชอบเพราะมันดีกว่าที่ฉันเขียน”  แต่เขาแนะนำให้ฉันรู้จัก Gertrude Stein เพื่อให้วิจารณ์งานของฉันแทน ฉันแทบไม่เชื่อว่า Stein จะวิจารณ์ผลงานของฉันและชอบมัน 

    ความรู้สึกถวิลหาอดีตได้โถมเข้ามาในจิตใจของฉันทันทีที่ฉันได้สนทนากับคนที่ยอดเยี่ยมแห่งยุค 1920  ไม่ว่าจะเป็น Luis Buñuel, Salvador Dali, T.S. Eliot และอีกหลายคน  นี่คือช่วงเวลาที่ฉันอยากใช้ชีวิตอยู่มากที่สุด แต่มันเป็นนิรันดร์หรือ?


03 อีกครั้งของการพบเจอคนที่คิดว่าใช่

    ณ ที่นั้นฉันได้รู้จักกับ Adriana  เธอเป็นหญิงฝรั่งเศสที่สวยเหลือเกิน เธอเย้ายวนใจฉันด้วยรูปลักษณ์หน้าตา และฉันหลงใหลเธออย่างจัง เธอชอบผลงานของฉันแม้ได้ยินเพียงแค่บทนำ โมงยามที่เราได้พบกันนั้นช่างสั้นเหลือเกิน แต่นั่นก็ทำให้ฉันมีความสุขพอที่จะเพ้อได้ตลอดวัน ฉันรอคอยเวลาหลังเที่ยงคืนของแต่ละวันที่จะได้พบเธอ น่ีฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันรู้สึกอย่างไรกันแน่ ทั้งกับ Inez และ Adriana ฉันสามารถรักผู้หญิงสองคนพร้อมกันได้ด้วยหรือ  กลับไปที่คำถามแรกว่าการที่ฉันหมั้นกับ Inez แล้วเป็นข้อผูกมัดตลอดกาลของฉันหรือไม่?  หากฉันรู้สึกว่า Adriana เป็นคนที่ใช่สำหรับฉันมากกว่า ฉันผิดไหม? ความคิดเช่นนี้ยิ่งเป็นสื่อนำพาอารมณ์ความรักให้มีมากขึ้นและมากขึ้น
     จุดจบของความสัมพันธ์ของเรามาถึงตอนที่เธออยากใช้ชีวิตอยู่คนละช่วงเวลากับฉัน
เวลาของโลกอดีตล้วนบิดเบี้ยว คนในปัจจุบันถวิลหาอดีต ในขณะที่คนในอดีตถวิลหาอดีตที่มากกว่า เราจึงไม่สามารถที่จะอยู่ในจุดหนึ่งของเวลาที่เหมาะสมได้ ในขณะเธอไม่สามารถอยู่ในโลกปัจจุบันที่เป็นความจริงได้ ฉันก็ไม่สามารถอยู่ในอดีตได้ตลอดเช่นเดียวกันแม้ว่าจะเป็นยุคไหนก็ตาม
เรากล่าวลาซึ่งกันและกัน
 

04 การอยู่แบบร่วมสมัย

     ฉันตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ในปารีส พร้อมๆกับการกลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้ง
ฉันคิดว่าฉันคงไปกับ Inez ไม่รอดด้วยทัศนคติที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และอยากให้เธอพบสิ่งที่เหมาะกับเธอมากกว่า และ Adriana ที่เราอาศัยอยู่กันละช่วงเวลากัน ซึ่งเธออาจจะเป็นคนที่่ใช่ในเวลาที่ผิดก็ได้
แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็เป็นคนที่ไม่ใช่สำหรับฉันไปแล้ว

แล้วคนที่ใช่สำหรับฉันอาศัยอยู่ที่ไหน และอยู่ช่วงไหนของเวลากันแน่?
ร้านอาหาร? บาร์? ร้านหนังสือ? ริมแม่น้ำ Seine? ร้านกาแฟ? หอไอเฟล? หรือ ร้านขายแผ่นเสียง?  

    ฉันเดินไปตามถนนหนทางในปารีสยามค่ำคืนอีกครั้งที่ที่แม้ในยามมืดมิดยังมีแสงสว่าง เพลงของ Cole Porter ที่ฉันหลงใหลดังก้องในใจ  เสียงหนึ่งดังขึ้นทักฉันจากด้านหน้า สายฝนที่โปรยปรายลงมาพาให้คำ่คืนนั้นมีชีวิตชีวากว่าที่เคยเป็น

 

แด่...ปารีส มหานครแห่งรักที่ไม่เคยหลับใหล