**บทความนี้เปิดเผยเรื่องราวสำคัญของภาพยนตร์**

"Side Effects" เป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุด(และอาจจะเป็นเรื่องสุดท้าย)ของ Steven Soderburgh ผู้กำกับ Ocean และ Contagion แต่ก็ยังคงคุณภาพและความยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับหนังเรื่องก่อนๆของเขา หนังเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ Emily (Rooney Mara) หญิงสาวอายุ 28 ปี ชีวิตของเธอคงจะมีความสุขดีหากไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้าเพราะทุกอย่างพังทลายลงกับหน้าเมื่อสามีเธอถูกจับเข้าคุกในคดีหุ้นหลังจากแต่งงานไม่นานเมื่อ 4 ปีที่แล้วและเมื่อสามีเธอออกมาจากคุก แทนที่อาการของเธอจะหายกลับเป็นปกติ แต่กลับยังต้องหาจิตแพทย์ต่อไปซึ่งเธอได้พบกับ Dr. Banks (Jude Law) จิตแพทย์วัยกลางคนที่ต้องเป็นคนจ่ายยาให้เธอเพื่อให้หายจากโรคซึมเศร้าแต่ทันใดนั้นเองก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น

ในองก์แรกของเรื่อง Side Effects เป็นหนังการแพทย์ปนจิตวิทยาที่เล่นกับจิตใจของมนุษย์ และมีบรรยากาศที่คลุมเครือตลอดเวลา ความสัมพันธ์ของตัวละครนั้นจัดว่าน่าสนใจมาก

Emily---สามี > Emily อยู่อาศัยกับสามีหลังจากสามีออกจากคุก

Emily---หมอ  > Emily หาหมอเพราะอาการซึมเศร้า

ผลคือ Emily มีอาการข้างเคียงจากยาที่บริโภคเข้าไป ซึ่งในตอนแรกหนังพาให้เราคิดว่าจะแฉวงการยาหรือทำให้เกิดความน่ากลัวของยา ซึ่งเหมือนที่เคยทำใน Contagion ที่แสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวของโรคระบาดที่เกิดขึ้นจากการสัมผัสเชื้อโรคจากสิ่งของ ผลลัพธ์คือผู้คนระแวงการสัมผัสสิ่งของ เช่นเดียวกับเรื่องนี้ที่ทำให้ผู้คนระแวงในผลข้างเคียงของยา

แต่ในองก์ที่สอง หนังได้พัฒนาไปถึงขั้นเป็นหนังกฎหมาย เมื่อ Emily ละเมอและฆ่าสามีของเธอโดยเรื่องราวที่ภรรยาละเมอแล้วฆ่าสามีจะเป็นเรื่องธรรมดาทันที ถ้าหากการละเมอไม่ใช่เป็นผลข้างเคียงของยาที่ Emily รับประทานตามหมอสั่งเพื่อรักษาโรคซึมเศร้า

Emily---สามี---หมอ > การที่ Emily ฆ่าสามีกระเทือนถึงชื่อเสียงและตัวตนของหมอ เพราะหมอเป็นคนจ่ายยาให้

คำถามจึงเกิดขึ้นว่า หมอต้องรับผิดด้วยไหม? ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากว่าจะมี Vicarious Liability หรือความรับผิดเพื่อบุคคลอื่นซึ่งปกติใช้ในทางละเมิด มาใช้ในทางอาญาระหว่างความสัมพันธ์ของหมอและคนไข้หรือไม่ในกรณีที่จ่ายยานั้นแล้วยานั้นมีผลข้างเคียงซึ่งนำมาสู่ผลร้ายต่อไปเป็นการกระทำความผิดทางอาญาต่อบุคคลที่ 3 ซึ่งเมื่อ Dr. Banks ถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็นคนผิด นั่นทำให้เขามีแรงผลักในการแก้ต่างให้ตนเอง และนี่เองที่ทำให้เกิดคำถามหรือสถานการณ์ที่ท้าทายเขาหลายอย่างด้วยกัน ทั้งเรื่องความลับในการรักษาคนไข้ ทั้งเรื่องความสัมพันธ์กับคนไข้ ทั้งเรื่องการช่วยเหลือในศาล โดยหาก Emily พิสูจน์ได้ว่าละเมอจริง มีอาการทางจิตจริง เธอก็จะไม่ถือว่ามีเจตนาในการกระทำผิด เธอจะหลุดพ้นจากคดีนี้  แต่หาก Emily พิสูจน์ไม่ได้ตามอาการข้างต้น การฆ่าสามีจะเป็นการฆ่าโดยเจตนาทันที  ซึ่งแพทย์มีหน้าที่ที่จะต้องมาเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญในการเบิกความที่เป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ซึ่งถ้า Emily ละเมอ ความผิดลึกๆก็อาจจะลงที่ตัวหมอเองว่าเป็นผู้ที่จ่ายยาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าจะเกิดผลข้างเคียง ทั้งๆที่สามารถรู้ได้

หนังยังไปไกลถึงขั้นลงลึกในด้านความสัมพันธ์ของครอบครัวของ Dr. Banks

Emily---สามี---หมอ---ครอบครัวหมอ > หมอหมกมุ่นในการค้นหาความจริงเรื่อง Emily ที่ฆ่าสามีของเธอเอง ซึ่งเขาได้ทุ่มเททั้งเวลา ทั้งกายจนละเลยครอบครัว (ภรรยาและลูกชาย)ของตนเองมากเกินไปหรือเปล่า หรือครอบครัวเรียกร้องมากเกินไปและไม่เข้าใจเขากันแน่ ในที่สุดเขาผู้โดดเดี่ยวจึงต้องทนท่ามกลางสถานการณ์ที่วิกฤตในชีวิตต่างๆ เช่น  Emily---สามี---หมอ---วงการแพทย์ > วงการแพทย์เข้ามาเกี่ยวสอบสวนตัวหมอทำให้มีผลต่อชื่อเสียงของหมอเอง ทั้งถูกถอดจากการเป็นที่ปรึกษาทำวิจัยของบริษัทยา ซึ่งส่งผลต่ออนาคตของปัจเจกมาก

นอกจากนั้นหนังยังเล่าเรื่องความสัมพันธ์เชิงธุรกิจของบริษัทยาอีกด้วย ซึ่งเป็นการวางพล็อตอย่างชาญฉลาดมากทีเดียว

หมอ---Emily---สามี---บริษัทยา1 > หมอให้ยาบริษัท1 แล้วเกิดผลข้างเคียงทำให้ Emily ฆ่าสามี ผลจึงเกิดกับบริษัทยาที่ Emily กินแน่ๆคือหุ้นตก

หมอ---Emily---สามี---บริษัทยา1---บริษัทยา 2 > และเมื่อบริษัทยา 1 เสียชื่อเสียง บริษัทยาคู่แข่ง2 จึงหุ้นขึ้นในทันที 

และสุดท้ายแล้วหนังกลับตาลปัตรเป็นเรื่องเพศโดยฉายภาพการกระทำที่เกิดจากแรงขับเคลื่อนทางเพศ (Sex Drive) ตามทฤษฎีของนักจิตแพทย์ชื่อดังอย่าง Sigmund Freud ที่กิจกรรมของมนุษย์แต่ละอย่างล้วนมาจากความต้องการทางเพศทั้งสิ้น

สามี(เป็น drive)---Emily---หมอหญิง > สามีเข้าคุกทำให้เธอต้องหาวิธีบำบัดนำความสุขของเธอกลับมา / เธอพบรักรูปแบบใหม่ที่เป็นหญิงกับหญิง

หมอหญิง (drive)---Emily---สามี  > หมอหญิงซึ่งเป็นตัวแทนของ Sex ที่มีความสุขเป็นแรงขับและส่วนช่วยทำให้ Emily วางแผนฆ่าสามีของตนเพราะ Emily อยากจะมีความสุขกับหมอหญิงมิใช่สามีตัวเองอีกต่อไป

สามี(เป็น drive)---Emily---หมอชาย > หาวิธีบำบัดใหม่ / เธอหาเหยื่อในแผนลวงนี้เพื่อให้เป็นผู้จ่ายยาให้เธอ เพื่อที่หมอหญิงจะได้ไม่มาเกี่ยวข้องในส่วนการฆาตกรรม ให้ Dr.Banks เป็นผู้รับเคราะห์ในห่วงโซ่นี้ไป

Emily---หมอหญิง---หมอชาย > เกิดความขัดแย้งระหว่าหมอหญิงและหมอชาย (Dr.Banks) เนื่องจาก Emily นั้นเอง ทำให้หมอชายจึงหันกลับมาโต้ตอบเพื่อรักษาชื่อเสียงและเกียรติยศของตัวเอง 

ในตอนจบสุดท้ายนั้น หนังเลือกที่จะให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายและปล่อยให้แต่ละตัวละครรับชะตากรรมที่ตัวเองสมควรได้รับเพื่อชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไป และนี่เป็นหนังที่สมบูรณ์แบบทั้งด้านภาพ บท และการแสดงครบรสทั้งดราม่า จิตวิทยา กฎหมาย และเรื่องเพศ อย่างแท้จริง

Comment

Comment:

Tweet

อยากดูๆๆ แปะไว้ก่อนดูแล้วจะมาอ่านนะคะ

#1 By Einitram (103.7.57.18|125.24.230.237) on 2013-04-20 20:22